การประชุมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป่าไม้ 2562
>> 23 กรกฎาคม 2562 คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ <<

หลักการและเหตุผล

ในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว Disruptive Innovation ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และได้รับการพูดถึงเป็นวงกว้าง ทั้งนี้ Disruptive Innovation หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว หรือการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและพฤติกรรมผู้บริโภค และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งการเกิดขึ้นของ Disruptive Innovation ถือเป็นทั้งโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจภาคป่าไม้ก็เช่นกัน นอกจากจะเป็นการปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบันแล้วยังเป็นการปฏิวัติที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในการเพิ่มพื้นที่ป่า โดยเทคโนโลยีนั้นสามารถเข้าช่วยได้ทั้งด้านปลูกสร้างสวนป่า การทำไม้ การขนส่ง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จากยุทธศาสตร์ชาติด้านทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดนโยบายพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้มีพื้นที่ป่าร้อยละ 40 (129 ล้านไร่) คิดเป็นป่าอนุรักษ์ ร้อยละ 25 (81 ล้านไร่) และป่าเศรษฐกิจ ร้อยละ 15 (48 ล้านไร่) โดยในปัจจุบัน พื้นที่ปลูกไม้เศรษฐกิจที่รวมไม้ยางพาราคิดเป็น 25 ล้านไร่โดยถ้าไม่รวมไม้ยางพาราคิดเป็น 4.1 ล้านไร่ เพื่อส่งเสริมยุทธศาสตร์ชาติให้สัมฤทธิผลอย่างยั่งยืน นโยบายไม้เศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์ไม้ในรูปแบบต่างๆ ผ่านอุตสาหกรรมที่ใช้ไม้เป็นวัตถุดิบ ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมการปลูกสร้างสวนป่าเจริญเติบโตซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบของอุตสาหกรรมไม้ต่างๆ

จาก (ร่าง) ยุทธศาสตร์และแผนการส่งเสริมไม้เศรษฐกิจแบบครบวงจรซึ่งการใช้ประโยชน์ไม้เศรษฐกิจโดยมีมูลค่าการนำเข้าไม้สูงสุด 90,000 ล้านบาทต่อปีและมีมูลค่าการส่งออกไม้สูงสุด 120,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะเห็นว่าปริมาณไม้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบันและอนาคต ในปี พ.ศ. 2559 ปริมาณการใช้ไม้ในภาคอุตสาหกรรม ประมาณ 87 ล้านลูกบาศ์กเมตร (58 ล้านตัน) ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสากรรมเยื่อและกระดาษ อุตสาหกรรมแผ่นไม้ประกอบ อุตสาหกรรมชิ้นไม้สับ อุตสาหกรรมไม้แปรรูป อุตสาหกรรมพลังงานและอื่นๆ

ป่าไม้เป็นทรัพยากรที่สามารถสร้างทดแทนใหม่ได้ หากมีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า มีการบำรุงรักษา และปลูกทดแทน ซึ่งจะต้องมีการจัดการให้ถูกต้องตามหลักทางวิชาการ ในปัจจุบันมีหลากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมทั้งประชาชนทั่วไป ต่างผลักดันให้ใช้การพัฒนาไม้เศรษฐกิจเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพหรือเศรษฐกิจสีเขียว สร้างโอกาสในการปลูกไม้เศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ ขจัดความยากจน สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกรและเพิ่มทางเลือกในการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย นอกจากนี้ยังใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนไม้เศรษฐกิจของประเทศให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจให้บรรลุตามเป้าหมายของรัฐบาล

ผลิตผลจากป่าไม้สามารถสร้างเป็นผลิตภัณฑ์จากไม้ได้หลากหลายผลิตภัณฑ์ บางผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมและผลิตอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ขั้นต้น เช่น ไม้ท่อนและไม้แปรรูปเป็นต้น แต่อย่างไร ก็ตามผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ยังได้รับการวิจัยและพัฒนาจากองค์กรภาครัฐและเอกชน อีกทั้งได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น ผลิตภัณฑ์ไม้ประกอบต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งการใช้ภายในประเทศและการส่งออก การทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์จากองค์กรภาครัฐหรือห้องปฏิบัติการมาตรฐาน จึงเป็นการเพิ่มศักยภาพของการแข่งขันในการส่งออก รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในตลาดต่างประเทศ เช่น ไม้พื้นลามิเนต ไม้โครงสร้าง และไม้เอ็นจิเนียร์อื่น ๆ รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีด้านการผลิต โลจิสติกส์ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

คณะวนศาสตร์ โดยภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ ภาควิชาวิศวกรรมป่าไม้และศูนย์วิจัยป่าไม้ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายด้านเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี กับผู้ประกอบการและหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป่าไม้ จึงได้กำหนดจัดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป่าไม้แห่งชาติ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทการเรียนการสอน ตลอดจนงานวิจัย และการบริการวิชาการทางด้านวนผลิตภัณฑ์และวิศวกรรมป่าไม้

ลงทะเบียน ตอนนี้